Emergenetics - ดร.นิตยา นีรนาทโกมล
posted on 14 Dec 2008 11:14 by wawadiary in educationผู้เขียนได้มีโอกาสถ่ายทอดความรู้เรื่อง Emergenetics ให้คุณครูโรงเรียนชั้นนำในกรุงเทพฯแห่งหนึ่ง เพื่อนำไปประยุกค์ใช้ในการสอนและแนะแนวนักเรียน และคิดว่าเนื้อหาน่าจะเหมาะเอามาคุยกันในนี้ เพราะการที่เราเข้าใจความแตกต่างในขบวนการคิด และพฤติกรรมว่ามีผลตอการเรียนรู้ของคนเราอย่างไร เราก็สามาระดัดแปลงการถ่ายทอดวิชาให้ปนะสบผลสำเร็จได้ดีขึ้น
จามจริงแล้วพวกเราก็รู้ว่าคนเรารวมทั้งเด็กๆ ล้วนมีความแตกต่างแต่หลายครั้งเรามักละเลยความจริงนี้ แล้วใช้ตัวเองเป็นที่ตั้งนั่นคือ ถ้าเขาเรียนไม่เข้าใจในสไตล์ที่เราสอน เขาก็ไม่ฉลาด ถ้าผลงานออกมาไม่ได้สไตล์ที่เราชอบ ผลงานเขาก็ไม่ดีพอ หรือถ้าเขาทำสอบไม่ได้คะแนนดี เขาก็ไม่ใช่เด็กเก่ง แล้วเด็กเหล่านี้ต้องเหมือนเรา หรือกฎที่โรงเรียน(กระทรวง) ตั้งไว้เท่านั้นหรอ จึงจะได้รับการยกย่องว่าเก่งหรือมีคุณภาพ
ผู้เขียนใช้ Emergenetics Model (ที่เคยเอ่ยถึงบ่อยๆ ในคอลัมน์นี้) เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแยกแยะความแตกต่างในการเรียนรุ้รับรู้ของคนเรา (ทฤษฎีการเรียนรู้มีหลายค่ายมาก โดลกมากเกี่ยวกับความถนัดทางสรีีระและประสามสัมผัส เช่น การเก็ย การได้ยิน หรือการสัมผัส หรือสองซ้ายหรือสมองขวา ฯลฯ) โดยย่อดังนี้ค่ะ
คนสีฟ้า (Analytical) เรียนรู้ได้ดีจากการครึางคืเวิเคราะห์ด้วยตนเอง จึงดูเหมือนชอบเรียนชอบอ่านหนังสือคนเดียว เพราะความคิดความอ่านจะแล่นได้ดีในสมอง (mental analysis) เนื่องจากมีความภนัดในการวิเคราะห์โจมย์ ชอบเรียนรู้ให่ถ่องแม้ จึงชอบค้นหาศึกษาข้อมูล และชอบความถูกต้องแม่นยำ เพราะฉะนั้นเวลาคุยกับคนสีฟ้าต้องรู้จริง ถ้าเขาจับได้ว่าเราพุดผิดในจุดใดจุดหนึ่ง เขาอาจลดความไว้ใจในตัวเราไปนาน การสอนควรเน้นจัดสื่อการเรียนการสอบและสถานที่ให้เพียบพร้อม เพื่อให้สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ด้วยตนเอง ถ้ามีเทคโนโลยีที่ทันสมันเข้ามาเป็นส่วนร่วมในการเรียน ก็จะสร้างความสนใจได้ดี
คนเสีเขียว (Structual) เรียนรู้ได้ดีจากการได้จับต้องลงมือสัมผัสเอง เป็นคนที่ถนัดมใส่ใจในรายละเอียดและขั้นตอน และให้ความสำคัญกับความถูกต้องและการปฏิบัติได้จริง ถ้ามีขั้นตอนให้ละเอียดเหมือนตำราทำอาหารเลย ว่าใช้อะไรเท่าไร ทำอะไร และลำดับขั้นตอนการทำอย่างไร ก็จะสามารถทำผลงานออกมาได้ดีจามแบบที่ให้ได้ แต่อย่าคาดหวังในนวัตกรรมใหม่ๆ ย่างครั้งอาจะดูเป็นคนยำคิดย้ำทำเมื่อเป็นสิ่งที่ใส่ใจ จนดูเป็นคนจู้จี้ แต่ทั้งนี้เพราะไม่ต้องการผิดพลาด การสอนควรเน้นให้เ guideline ที่ชัดเจน การให้ตารางเรียนหรือแผนการเรียนล่วงหน้า และให้เวลาการวางแผน และฝึกฝนตนเอง
คนสีแดง (Social) เรียนรู้ได้ดีจากคนอื่น ชอบให้มีความสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่าง ต้องการคนทบทวนบนเทรียนด้วย เนื้องจากมีความถนัดและใส่ใจในสิ่งแวดล้อมและคนรอบตัว จึงสามารถเข้าใจเนื้อหาจากเการเชื่อมโย่งเรื่องราวในชีวติได้ดี คนสีแดงจึงเรียนรู้ขากเรื่องเล่าได้ดีกว่า ถ้าสามารถนเนื้อหามาใส่เป็นเรื่องเล่าจะทำให้อยากฟังและเจ้าใจได้ดีขึ้น การสอนจึงควรเน้นการทำกิจกรรมกลุ่ม role play และการเรียนรู้จากเรื่องเล่า ชอบ ความสนุกสนาน และบรรยากาศที่เป็นมิตร
คนสีเหลือง (Conceptual) เรียนรุ้ได้ดีจากการทดลองปฏิบัติด้วยตนเอง เนื้อจากคนเหล่านี้มักสนใจในภาพใหญ่ ชอบก้าวกระโดดไปที่ข้อสรุป (ไม่สนใจรายละเอียด ไม่ใส่ใจวิเคราะห์ข้อมูลให้กระต่าง) ไม่ยึดติดกับสิ่งที่เคยทำมาแล้ว สมองจะถนัดโลดแล่นหาทางเลือกใหม่ๆ อยุ่เสมอ และเป็นคนที่กล้าเสี่ยง ไม่ชอบอยุ่ในกรอน การสอนควรเน้นให้มีการเปลี่ยนอิริยาบถหรือที่นั่งบ่อยๆ ผ่านกิจกรรม เนื่องจากเบื่อง่ายต้องให้เคลื่อนไหว ชอบการอธิบายแบบอุปมาอุปมัย ต้องมีภาพหรือกราประกอบ มีสีสัน (ไม่ชอบตัวหนังสือล้วนๆ) ชอบสิ่งใหม่ๆ
อย่างที่พูดทุกครั้งว่า คนเรามีหลากหลายสี อ่านดูแล้ว เราอาจะพบว่าเราเทไปสีใดสีหนึ่ง หรือ 2-3-4 ก็ได้ ที่สำคัญคือ ความหลากหลาย ของการถ่ายทอดวิชา ถ้าเราตระหลักจุดนี้เราก็จะเริ่มมองคนอื่นและเข้าใจเขาเป็น (ไม่ใช่ต้องเป็นอย่างเราเสมอ) เชื่อว่าคุณผุ้อ่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับลุกหลาน ลูกสิษย์และแม้คนในที่ทำงานได้ค่ะ
จากกรุงเพทธุรกิจ - จุดประกาย หน้า2 คอลัมน์ Think โดย ดร.นิตยา นีรนาทโกมล
edit @ 14 Dec 2008 11:14:37 by Wawa ^_^
























